26 เมษายน 2552

8 วิธีดูแลสุขภาพรับมือกับหน้าร้อน



     เข้าสู่ฤดูร้อนอีกแล้ว หน้าร้อนทีไร เดี๋ยวปวดหัว เดี๋ยวปวดท้อง ท้องเสียบ้างล่ะ แล้ว เราจะมีวิธีดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอย่างไรบ้าง? ไม่ต้องมานั่งคิดให้ปวดหัวแล้วนะคะ เพราะว่าวันนี้ เรามี 8 วิธี ดูแลสุขภาพในฤดูร้อนมาฝากคุณ 

     1. ไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยให้คุณเจ็บป่วยน้อยลง
     2. ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะหน้าร้อนจะสูญเสียเหงื่อมาก และควรดื่มน้ำเปล่าที่สุกแล้ว หรือจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือแร่ หรือสมุนไพรอื่น ๆ ก็สามารถรับประทานได้
     3.ไม่ควรนอนให้ลมหรือความเย็นโกรก ความร้อนจากแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับตาก ลมในขณะเหงื่อออก จะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สดชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นไข้หวัดได้ 
     4. การนอนพักผ่อน ควรนอนหลับให้เพียงพอ
     5. ควรเลือกทานอาหารอ่อนๆ ตอนเช้า เช่น ข้าวต้ม เพราะในช่วงเช้ายังไม่ควรทานอาหารที่หนัก ๆ แค่ทานผักผลไม้เยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารทอดๆ มัน ๆ แห้ง ๆ 
     6. ควรดูแลสุขภาพของเด็กๆ โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการดำเนินชีวิต 
     7. สำหรับหญิงตั้งครรภ์ สิ่งที่ควรปฏิบัติในหน้าร้อน คือ ต้องสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระทบกับความเย็น อาหารที่กินต้องสะอาด ไม่ควรนอนบนสื่อที่เย็น และห่มผ้าคลุมกายเสมอ ระวังอย่าให้เป็นไข้หวัด ห้ามอาบน้ำร้อนจัด หรือเย็นจัด
     8. บุคคล 3 ประเภทที่ต้องระวังให้มาก คือ คนสูงอายุ ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่ไม่ดี คนที่มีม้ามพร่อง ผู้ที่มีลักษณะสามอย่างที่กล่าวมานั้น เมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดด หรือถ้าดื่มน้ำเย็นมากเกินไป และเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการ ท้องเสีย ติดเชื้อราง่าย ขี้หนาว ปวดหัว ตัวร้อน เป็นต้น 

แล้วฤดูร้อนจะเป็นฤดูกาลที่มีความสุข.. ถ้าคุณดูแลสุขภาพ


ขอขอบคุณโรงพยาบาลวิภาวดี
http://www.vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=230

18 กันยายน 2551

จะสอบ Final แล้ว ขอขอบคุณสมาชิกกลุ่มทุกคน





จะสอบแล้วยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนโชค A กันทุกคน



ขอบใจเพื่อนๆ สมาชิกทุกคนที่พยายามช่วยกันมาตลอด

หวังว่าคราวหน้าเราจะได้ร่วมงานกันอีกน่ะ


ต่อจากนี้ไป blog นี้ อาจจะไม่อยู่แล้ว



Admin biokung

10 กันยายน 2551

หวั่น 10 กันยายน โลกถึงจุดจบ














ในวันที่ 10 กันยายนนี้ องค์กรวิจัยนิวเคลียร์ (European Organization for Nuclear Research) แห่งยุโรป หรือ CERN จะเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ Large Haldron Collider (LHC) เพื่อค้นหาคำตอบว่า จักรวาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งการทดลองนี้เปรียบเหมือนกับการทดลองสร้างจักรวาลในหลอดแก้ว

การทดลองเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี นับเป็นการทดลองครั้งใหญ่ที่สุด ใช้งบประมาณมากที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เพราะเป็นการทดลองเพื่อไขความลับของเอกภพ ใช้นักฟิสิกส์กว่า 2,000 คน จาก 30 กว่าประเทศ และใช้เงินกว่า 4,000 ล้านปอนด์ หรือ 260,000 ล้านบาท สร้างอุโมงค์ขนาดยักษ์ขดเป็นวงกลมยาว 18 ไมล์ ลึก 300 ฟุต ที่พรมแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส แถบนครเจนีวา

การไขความลับเอกภพนี้ ยังเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีอนุภาคพระเจ้า หรือ "God Particle" หรือ "Higgs Boson" ของ ศ.ปีเตอร์ ฮิกส์ นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระว่า อนุภาคนี้มีอยู่จริง

แม้ "แอลเอชซี" จะได้ชื่อว่า เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา แต่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดย นายออตโต รอสเลอร์ นักเคมีชาวเยอรมัน กลับเห็นว่า มันมีโอกาสสร้างหลุมดำ ที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังอวกาศและเวลา

กลุ่มของรอสเลอร์ ยื่นคำร้องต่อที่ประชุมด้านสิทธิมนุษยชนยุโรป เพื่อขอระงับการทดลอง โดยให้เหตุผลว่า "เป็นการละเมิดต่อสิทธิ์การดำรงชีวิตและละเมิดสิทธิ์ในการมีครอบ ครัว" เนื่องจากหวั่นว่า เมื่อเดินเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แล้ว จุดจบของโลกจะมาถึง ซึ่งภาพจินตนา การฝันร้ายที่สุดของมนุษย์ มี 2 แบบ

แบบแรก มีการเตือนภัยถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจเป็นช่วงเวลา 1 เดือน โลกจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ไม่มีเหตุผลใดๆ ประกอบ เพราะแผ่นดินไหวไม่ได้เกิดขึ้นจากรอยเลื่อนอีกแล้ว แต่จู่ๆ มันก็ไหว และไหวในทุกๆ พื้นที่ แม้ไม่ได้ตั้งอยู่ในแนวรอยเลื่อน

แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารบ้านเรือนจะถล่มราบเป็นหน้ากลอง น้ำทะเลเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว เกิดมหันตภัยสึนามิขนาดยักษ์ พัดถล่มพื้นที่ตามชายฝั่งทะเล ฆ่าผู้คนนับล้าน จากนั้นจุดจบของโลกที่แท้จริงจึงมาถึง

โลกเริ่มมีรอยแยกขนาดใหญ่ ลาวาร้อนจัดใต้พื้นปฐพีไหลขึ้นมานองเต็มพื้นดิน มหาสมุทร จนท้องทะเลเดือดพล่าน เกิดเฮอริเคนขนาดยักษ์หลายลูกกระหน่ำโลก สิ่งก่อสร้างทุกชนิดพังทลาย ต้นไม้หักโค่น ภูเขาสูงถล่มลงมา เพราะแผ่นเปลือกโลกแตก

ทุกอย่างบนโลก ไม่ว่าจะเป็นหินนับล้านๆ ตัน น้ำ อากาศ ชีวิตทุกชีวิต ถูกดูดเข้าไปในแรงดูดที่มองไม่เห็นแต่มีพละกำลังมหาศาล ถ้ามองลงมาจากอวกาศเบื้องบนจะเห็นว่า โลกสีฟ้าขาวไหลลงไปในหลุมดำด้วยความเร็วเพียงพริบตาเดียว

จินตนาการแบบที่ 2 คือ ไม่มีเวลาสำหรับการเตือนภัยใดๆ และเป็นหายนะที่รุนแรงกว่าแบบแรก โดยภายในเวลา 1 ใน 20 ของวินาที โลกทั้งใบจะหายไปจากจักรวาล จากนั้นอีกไม่ถึง 2 วินาที ดวงจันทร์จะหายไปด้วย 8 นาทีต่อมา ดวงอาทิตย์จะแตกเป็นเสี่ยง ตามด้วยดวงดาวทั้งหมดในระบบสุริยจักรวาล

การทำลายล้างขยายวงจากโลกของเราไปด้วยความเร็วแสง ทำให้มนุษย์ต่างดาวที่อยู่ในจักรวาลอื่นตายไปด้วย และไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ที่จะหยุดยั้งหายนะนี้

อย่างไรก็ตาม "เซิร์น" โต้ว่า ไม่มีทางที่หายนะจะเกิดขึ้นกับโลก เพราะเห็นว่า เมื่อการเดินเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี เป็นการเร่งให้อนุภาคชนกันก็จริง แต่การชนกันของ "อนุภาคโปรตอน" ชนกันที่ระดับใกล้ความเร็วแสงนี้ มีพลังน้อยกว่าอนุภาคที่ชนกันในธรรมชาติเป็นอย่างมาก

"เซิร์น" เห็นว่า ถ้าการชนกันของอนุภาคทำให้โลกหายนะแล้ว การชนกันของอนุภาคในธรรมชาติของโลก ที่เกิดขึ้นยาวนานกว่าหมื่นล้านปี นับตั้งแต่เกิดบิ๊กแบงก์เมื่อ 13,700 ล้านปีก่อน ก็จะทำให้โลกวินาศไปนานแล้ว นอกจากนี้ รังสีคอสมิกที่มาจากนอกโลก อันเกิดจากการชนกันของอนุภาค จนเกิดพลังงานที่สูงกว่าเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีมาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทำให้เกิดผลร้ายแก่โลกแต่อย่างใด

ส่วนข้อวิตกที่ว่า จะเกิดหลุมดำกลืนกินโลก ก็ชี้แจงว่า หลุมดำขนาดเล็กที่เกิดจากการชนกันของอนุภาคจะหายไปในเวลาอันสั้น เพราะหลุมดำที่ว่านี้เกิดขึ้นจากการชนกันของ "ควาร์ก" และ "กลูออน" ซึ่งอยู่ในอนุภาคโปรตรอน ดังนั้น จึงสลายไปอยู่ในรูปของอนุภาคที่สร้างหลุมดำนั้นขึ้นมาได้ ช่วงอายุของหลุมดำเล็กจึงสั้นมากๆ


แหล่งที่มา

ขอเถอะ อย่าเอา สมัคร กลับมาอีก!!


แกนนำพรรคพลังประชาชนประกาศจะเสนอชื่อคุณสมัคร กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว ทั้งๆ ที่สังคมยังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับกรณีของคุณไชยา สะสมทรัพย์ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งตัดสินให้พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี แต่ถูกแต่งตั้งเข้ามาอีก

แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ห้ามไม่ให้นักการเมืองกลับเข้ามารับตำแหน่ง แต่การที่ถูกศาลตัดสินให้พ้นสภาพไปแล้วนั้น ก็ทำให้ตำแหน่งทางการเมืองขาดความสง่างามลงอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าคุณสมัครหรือใครก็ตามจึงไม่ควรจะกลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก

ความจริงช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีที่สุดที่คุณสมัครจะได้ลงจากอำนาจ กลับไปทำกับข้าวเลี้ยงหลานเสียที ถึงยังไงก็ถือว่าคุณสมัครไม่ได้พ่ายแพ้ฝ่ายต่อต้านที่ด่าแกอย่างเทสาดเทเสียทุกวัน แต่คุณสมัครจำนนต่ออำนาจของกฎหมายต่างหาก เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว ก็ควรจะเคารพเจตนารมย์ของกฎหมาย ด้วยการไม่กลับมารับตำแหน่งอีก เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการเมืองให้สง่างาม น่าเชื่อถือของสังคม นี่ต่างหากที่เป็นการรักษาระบบการเมืองไทย

สังคมต้องเห็นใจคุณสมัคร เพราะในทางการเมืองนั้น คุณสมัครสูญเสียสภาพ (ตายจาก)การเป็นผู้นำประเทศตั้งแต่เดินกลับเข้าทำเนียบตึกไทยคู่ฟ้าไม่ได้แล้ว แต่เพราะฝ่ายต่อต้านปฏิบัติการออฟไซต์มากเกิน สังคมจึงหันมาเอาใจช่วยคุณสมัคร เพื่อสู้กับพวกดื้อแพ่งไม่เคารพกฎหมาย แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีใครอยากเหนี่ยวรั้งคุณสมัครไว้อีกต่อไป ตรงกันข้าม กลับเห็นว่าเป็นโอกาสที่คุณสมัครจะลงจากอำนาจโดยไม่คิดว่าพ่ายแพ้คนที่ไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งเป็นคู่กรณีไม้เบื่อไม้เมาของคุณสมัครมาตลอด

หยุดเถอะ คุณสมัคร ถ้าคุณลงตอนนี้คุณจะยังเป็นฮีโร่ในดวงใจของคนอีกเป็นจำนวนมาก หยุดเถอะ พปช. หยุดลากคุณสมัครกลับมาให้คนปู้ยี่ปู้ยำเล่น ปล่อยแกกลับบ้านไปทำกับข้าวเลี้ยงหลานเถอะ สงสารคนแก่ ถ้า พปช.ยังกระสันอยากเป็นรัฐบาล ก็เสนอชื่อใครสักคนขึ้นมาเป็นนายกคนต่อไป
หรือไม่ พปช.ก็ลองอยู่เฉยๆ เป็นฝ่ายค้านดูสักตั้ง ปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลไปจับมือกับประชาธิปัตย์ตามความปรารถนาของเขาดูสักที ปล่อยให้คุณสมัคร ตายจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างสงบ อย่าคิดปั๊มหัวใจแกกลับมาอีก
เหตุผลทางสังคม 7 ประการที่ไม่ควรนำ นายสมัครกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก

27 สิงหาคม 2551

Easy and Difficult



Easy is to get a place is someones address book.
Difficult is to get a place in someones heart.

Easy is to judge the mistakes of others.
Difficult is to recognize our own mistakes.

Easy is to talk without thinking.
Difficult is to refrain the tongue.

Easy is to hurt someone who loves us.
Difficult is to heal the wound.

Easy is to forgive others.
Difficult is to ask for forgiveness.

Easy is to setrules.
Difficult is to follow them.

Easy is to dream every night.
Difficult is to fight for a dream.

Easy is to show victory.
Difficult is to assume defeat with dignity.

Easy is to admire a full moon.
Difficult to see the other side.

Easy is to stumble with a stone.
Difficult is to get up.

Easy is to enjoy life every day.
Difficult to give its real value.

Easy is to promise something to someone.
Difficult is to fulfill that promise.

Easy is to saywe love.
Difficult is to show it every day.

Easy is to criticize others.
Difficult is to improve oneself.

Easy is to make mistakes.
Difficult is to learn from them.

Easy is to weep for a lost love.
Difficult is to take care of it so not to lose it.

Easy is to think about improving.
Difficult is to stop thinking it and put it into action.

Easy is to think bad of others.
Difficult is to give them the benefit of the doubt.

Easy is to receive.
Difficult is to give.

Easy to read this.
Difficult to follow.

Easy is keep the friendship with words.
Difficult is to keep it with meanings.

19 สิงหาคม 2551

เงิน 10 บาท




ผมนั่งมองเหรียญ 10 บาทในมือ หมุนมันไปมาทบทวนเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับมัน เจ้าเหรียญน้อยเกือบไปอยู่ในมือ ผู้หญิงร่างเล็ก ขาพิการ ที่ต้องใช้ไม้ค้ำ เดินแบมือขอเงินคนแถวนี้ พร้อมกับภาษาพูดไม่ชัด ซึ่งจับใจความได้ว่า " ขอเงินหน่อย " ผมเกือบหย่อนเหรียญลงไปในมือแล้ว ถ้าไม่เจอ แกนั่งดูดบุหรี่ก้นกรอก ควันฉุย พ่นควันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ อย่างสบายใจ ตอนคนไม่มี โดยหารู้ไม่ว่า มีใครคนนึงกำลังจะเอาเงินมาให้ พอหมดบุหรี่ แกก็ลุกขึ้น เดินไปขอตังคนแถวนี้ต่อ เจ้าเหรียญ 10 ยังคงอยู่


มันก็เกือบไปอยู่ในขันพลาสติกใบหนึ่ง ที่ขอทานชาย ผู้ซึ่งนอนราบกับพื้น เอามืออีกข้างเกาะพื้นแล้ว กระเสือกกระสน เพื่อให้ไปข้างหน้าได้ เป็นที่น่าสงสารแก่คนที่ผ่านไปมา ผมยืนลังเล อยู่พักใหญ่ เดินตามไปห่าง ตั้งใจแน่วแน่ว่า จะเอาใส่ขันใบนั้น แต่.......


พอลับตาคน ชายร่างพิการขาขาดข้างนึง ข้างที่มีก็ มีแผลสดๆ แมลงวันตอม เสื้อผ้ามอมแม ขาดรุ่งริ่ง กลับ รื้อกองถุงพลาสติกใบใหญ่ รื้อเอาเสื้อผ้าที่ซ่อนไว้ เอาขาเทียม เอากระเป๋าผ้า มาใส่เศษเงิน แล้วบ่นว่า " แม่ง ได้น้อยชิบหาย " หลังจากเปลี่ยนเสร็จ ก็ลุกขึ้น เดินไปถนน โบกแท๊กซี่จากไป ปล่อยให้ คนใจบุญอย่างผม ยืนอึ้ง คนใจบุญหลายคนยังขึ้นรถเมล์กลับเลย


เจ้าเหรียญ 10 บาท ยังคงหมุนอยู่ในมือผมอีกครั้ง มันเกือบไปอยู่ในกล่องไม้สีดำใบนึง ที่มีผู้หญิงผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ในชุดเจ้าหน้าที่มูลนิธิแห่งหนึ่ง เขียนด้วยตัวอักษรภาษจีน ดูคล้ายแมลงสาป เดินเข้ามาหาผมแล้วถามว่า " ทำบุญโลงศพ เสริมดวง เพิ่มวันไหมครับ " ผมยิ้มแล้วตอบไปว่า " ไม่ละ ทุกวันนี้ผมก็อยากตายอยู่แล้ว
ชายผู้นั้น ทำสีหน้าไม่พอใจ บ่นแลวจากไป ผมมองเหรียญ 10 อีกครั้ง หมุนมันต่อไป


บางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวตรงหน้า ทำให้ผมตัดสินใจบางอย่างลงไป ผมเดินไปซื้อน้ำขวดใส ยื่นเหรียญ 10 ให้แม่ค้าน่าใส ที่ยื่นน้ำพร้อมคำหวานๆว่า ขอบคุณค่ะ ผมยิ้มตอบ รับน้ำพร้อมหยิบหลอด 2 หลอด เดินไปที่เด็ก 2 คน ผมยื่นน้ำให้แล้วบอกว่า " เอาน้องน้ำ กินซะ แล้วขวดพี่ให้ " เจ้าหนูมองหน้าผมอย่างสงสัย แต่ก็รับน้ำ พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วเดินจากไป



ผมยืนมองเจ้าหนูทั้ง 2 คน ที่กำลังแบกถุงปุ๋ยที่บรรจุขวดพลาสติกเปล่าด้วยใจเบิกบาน อย่างน้อยๆเจ้าหนู 2 คนนี้ ไม่ร้องขอเงินทองจากใคร แต่ เลือกที่จะเอาสิ่งที่คนอื่นไม่ต้องการ ไปเป็นเงินให้ตนเอง และ อย่างน้อยๆ เค้า 2 คนช่วยคนอีกหลายคนในการคัดแยกขยะ ผมยิ้มอีกครั้ง อย่างน้อยๆ 10 บาทที่ผมเสียไปมันคุ้มค่าจริงๆ


-----------------

ขอบคุณ fwd mail ค่ะ

05 สิงหาคม 2551

ทำสงครามเอดส์ทุ่มเงินและเวลา





เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุการทำสงครามกับโรคเอดส์ต้องใช้เวลายาวนาน และที่สำคัญจะต้องใช้เงินจำนวนมาก

นายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชา ชาติ กล่าวในการเปิดประชุมนานาชาติว่าด้วยเอดส์ ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโกว่า ในการต่อสู้แก้ไขปัญหาเชื้อเอชไอวี เอดส์นั้นจะต้องมองกันในระยะยาว อีกทั้งต้องมีเงินทุนมาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากต้องการให้ผู้ที่ติดเชื้อเข้าถึงการรักษาและมีอายุยืนยาวมากขึ้น งบประมาณที่ใช้ต่อสู้กับโรคเอดส์จะต้องมีเพิ่มขึ้นอย่างมากตลอดช่วง 2-3 ทศวรรษข้างหน้า ขณะที่ประเทศที่ร่ำรวยจะต้องเป็นส่วนสำคัญในการบริจาคช่วยเหลือประเทศยากจนที่ประสบกับปัญหาโรคเอดส์

พร้อมกันนี้ เลขาธิการสหประชาชาติ ยังเรียกร้องให้บรรดาประเทศผู้บริจาคยึดมั่นต่อ พันธสัญญาของสหประชาชาติ และกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ หรือ จี-8 ในการให้ผู้ป่วยเอดส์ได้เข้าถึงยาต้านเอดส์อย่างทั่วถึงภายในปี 2553

มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 25 ล้านคนจากโรคเอดส์ ตั้งแต่โรคมรณะนี้ระบาดครั้งแรกในปี 2524 และปัจจุบันนี้ มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี 33 ล้านคน โดยร้อยละ 90 อยู่ในประเทศยากจน.