


ไทยสุดยื้อ! "ปราสาทพระวิหาร" ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว จากมติในที่ประชุมที่แคนาดา "ปองพล" เผย คกก.ขึ้นทะเบียนเฉพาะปราสาทไม่ยุ่งพื้นที่ทับซ้อน เสนอตั้งทีมจาก 7 ชาติดูแลกันเอง ไทยเล็งเสนอพื้นที่รอบปราสาทขึ้นทะเบียนบ้าง
เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองควิเบกประเทศแคนาดาว่า ในที่สุดคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโกก็ได้มีมติให้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง ได้แก่ปราสาทพระวิหารของกัมพูชาสมัยศตวรรษที่ 11 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชา, เมืองมะละกาและจอร์จทาวน์เมืองโบราณของประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกา และ กุ๊ก เออร์ลีย์ แหล่งเกษตรกรรมของประเทศปาปัวนิวกินี ซึ่งถือว่าเป็นมรดกโลกแห่งแรกของปาปัวนิวกินีด้วย
ขณะที่ นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา มีมติอย่างเป็นทางการให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยขึ้นเฉพาะตัวปราสาทตามที่กัมพูชาเสนอ เนื่องจากพิจารณาแล้วเข้าหลักเกณฑ์ 1 ใน 6 ข้อที่คณะกรรมการมรดกโลกกำหนดไว้ คือ เป็นผลงานเอกจากอัจฉริยภาพของมนุษย์ ส่วนปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทและตกลงกันไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการมรดกโลก แต่ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนจาก 7 ประเทศ รวมทั้งไทย ขึ้นมาดูแลและบริหารจัดการปราสาทร่วมกับกัมพูชา เพื่อไม่ให้มีการละเมิดข้อตกลง ขณะที่ไทยเตรียมเสนอพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารที่อยู่ในประเทศไทย อาทิ สระตราว สถูป และผามออีแดง เป็นมรดกโลกร่วมด้วย เพื่อให้ความเป็นมรดกโลกสมบูรณ์มากขึ้น.
เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองควิเบกประเทศแคนาดาว่า ในที่สุดคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโกก็ได้มีมติให้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง ได้แก่ปราสาทพระวิหารของกัมพูชาสมัยศตวรรษที่ 11 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแนวชายแดนไทยกัมพูชา, เมืองมะละกาและจอร์จทาวน์เมืองโบราณของประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบมะละกา และ กุ๊ก เออร์ลีย์ แหล่งเกษตรกรรมของประเทศปาปัวนิวกินี ซึ่งถือว่าเป็นมรดกโลกแห่งแรกของปาปัวนิวกินีด้วย
ขณะที่ นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา มีมติอย่างเป็นทางการให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยขึ้นเฉพาะตัวปราสาทตามที่กัมพูชาเสนอ เนื่องจากพิจารณาแล้วเข้าหลักเกณฑ์ 1 ใน 6 ข้อที่คณะกรรมการมรดกโลกกำหนดไว้ คือ เป็นผลงานเอกจากอัจฉริยภาพของมนุษย์ ส่วนปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่ไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทและตกลงกันไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการมรดกโลก แต่ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้แทนจาก 7 ประเทศ รวมทั้งไทย ขึ้นมาดูแลและบริหารจัดการปราสาทร่วมกับกัมพูชา เพื่อไม่ให้มีการละเมิดข้อตกลง ขณะที่ไทยเตรียมเสนอพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารที่อยู่ในประเทศไทย อาทิ สระตราว สถูป และผามออีแดง เป็นมรดกโลกร่วมด้วย เพื่อให้ความเป็นมรดกโลกสมบูรณ์มากขึ้น.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


5 ความคิดเห็น:
น่าจะเป็นของเรานะ
ก็ดีนะ
ได้เป็นมรดกโลกซะที
เอาน่าใครได้ไป
ก็ดีทั้งนั้นแหละ
ยังไงชาวโลกก็
ยังคงได้ไปเที่ยวชมอยู่ดี
ว่าป่ะคะ
ก้อไม่รู้จาแย่งกันไปทำรัย เนอะ
ยังงัยก้อ ไม่ใช่ของๆเราอยู่แล้ว
แย่งกัน เพื่อ??
คำตอบก้อ หวังประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้นล่ะ
เห้อ ชาวโลก
Technorati Profile
ความจริงมันเป็นของเขมรไม่ใช่หรอ
เอาจริงๆน่ะ
ช่ายปะ ยังอยากไปแย่งของเค้าอีกนะคนไทย
แสดงความคิดเห็น